บทที่ ๒ นาม

 

tydkif; ( 2 )

emrf

 

“เมื่อแยกคำที่คนพม่าพูด และหนังสือที่คนพม่าเขียนเป็นส่วนที่ย่อยที่สุด พบเห็นคำหลักเพียงสองชนิดเท่านั้นคือ “นาม” และ “กริยา””

                        พระนันทะ ศากยวงศ์  (ธรรมาจริยะ)

                              ไวยากรณ์พม่า วัดท่ามะโอ ๑๙

                              

 

      “ไผ่หลายลำจึงอาจเรียกว่า “กอไผ่” จะตัดเอา “ไผ่” ก็ต้องเห็นไผ่ลำนั้นในกอเสียก่อน จึงกำหนดตัดได้ ฉันใด เมื่อมองเข้าไปในภาษาพม่าเห็น “นาม” และ “กริยา” อย่างโดดเด่นแล้ว ก็สามารถกำหนดจุดเพื่อแปลได้โดยง่าย ฉันนั้น”

                                          นายมะริด

 

พิจารณา “นาม” จากความหมายไวยากรณ์[1] ดังนี้

 

นามบท     ชื่อของสัตว์มีชีวิต , สิ่งของไม่มีชีวิต, และสภาวธรรม , ชื่อว่า นาม เช่น คน , สุนัข , วัว , ไก่ โรงเรียน , ปัญญา , จิต , ความคิด , พระนิพพาน เป็นต้น.

 

နာမ်ပုဒ်။ သက်ရှိသတ္တဝါ၊ သက်မဲ့ အရာဝတ္ထု၊ ဒြပ်မဲ့သဘော တရားတို့၏ အမည်ကို နာမ်ဟုခေါ်သည်။

 

ในที่นี้แยกคำนามออกเป็น ๕ ประเภท เพื่อการสังเกตข้อที่แตกต่างกัน ดังนี้

 

(๑) คำนามล้วนที่แบ่งย่อยไม่ได้อีกแล้ว

(๒) คำนามประสม เป็นคำนามที่ประกอบจากคำชนิดอื่น เรียกว่า “ปองซับนาม

(๓) กริยานาม เรียกว่า ဖွဲ့စည်းနာမ် หรือ ကိတ်နာမ် (นามกิตก์)

(๔) ปัจจัยบ่งเพศนาม

(๕) วิจฉานาม

 

        

คำนามล้วนที่แบ่งย่อยไม่ได้

         

၁။    ။မြန်မာသဒ္ဒါနည်းဖြင့် ခွဲစိတ်၍လည်းမရ၊ ပေါင်းစပ်ဖွဲ့စည်း ထားခြင်းလည်းမဟုတ်၊ မူလအတိုင်းဖြစ်သောာနာမ်ကို ပင်ကို နာမ်ဟုခေါ်သည်။ (เรียกคำนามที่แบ่งแยกด้วยวิธีทางไวยากรณ์ไม่ได้๑ ไม่ใช่นามประสม๑ มีสถานะตามศัพท์เดิม๑ ว่า ปินโกนาม)

 

(๑) คำนามล้วนที่แบ่งย่อยด้วยวิธีทางไวยากรณ์ไม่ได้ เรียกว่า “ปินโกนาม”[2] (ပင်ကိုနာမ်[3]) คำนามที่แยกไม่ได้ เช่น คำพยางค์เดียว  ဖေ (พ่อ),  တော (ป่า) , (เดือน) , ရက် (วันที่) , ပြည် (เมือง)   หรือคำมากว่าสองพยางค์ เช่น သမီး (ลูกสาว) , သူဌေး (เศรษฐี) , စပါး (ข้าวเปลือก),  ယောင်္ကျား (ผู้ชาย),  ထထင်း (ข้าวสวย), ကလေး (เด็ก), ကောင်းကင် (ท้องฟ้า) , မိန်းမ (ผู้หญิง)

คำที่สืบทอดมาจากภาษาบาลี แม้ในบาลีเดิมจะแบ่งแยกคำนั้นได้ แต่เมื่อเป็นคำพม่าแบ่งแยกด้วยวิธีไวยากรณ์ไม่ได้ เรียกว่าปินโกนาม เช่น ပညာ (ปัญญา), မတ္တာ (ความเมตตา), ကုသိုလ် (กุศล)

คำที่สืบทอดมาจากอังกฤษ ที่เป็นปินโกนาม เช่น မန်နေဂျာ (ผู้จัดการ) အယ်ဒီတာ (เอดิเตอร์), မဂ္ဂဇင်း (แมกกาซีน), ဂျာနယ် (วารสาร)

แบ่งแยกทางไวยากรณ์ไม่ได้ หมายถึง “แบ่งคำออกจากกันแล้ว ไม่หลงเหลือความหมายเดิมของคำนั้นที่ได้บัญญัติไว้”

 

စပါးကို ခွဲစိတ်လိုက်လျှင် နှင့် ပါး ဟူသော အစိတ်အပိုင်း ၂ ခုကို ရမည်။ သို့ရာတွင် သည်လည်းကောင်း ပါး သည်လည်း ကောင်း စပါး၏ ဆိုလိုရင်းအနက်ကို မပေးနိုင်ချေ။ ခွဲစိတ်ခြင်းဖြင့် မူလအဓိပ္ပာယ်မှာ ပျက်သွားသည်။ ထို့ကြောင့် စပါးသည် ခွဲစိတ်မရသောနာမ်ဖြစ်သည်။

( ถ้าแยก စပါး จะได้คำสองส่วนคือ และ ပါး แต่คำว่า ก็ดี คำว่า ပါး ก็ดี ไม่ได้สื่อความหมายเดิมของคำว่า စပါး (ซ้ำยัง) ความหมายเดิมเสียไปเพราะการแยกคำด้วย ดังนั้น คำว่า စပါး จึงเป็นนามที่แยกไม่ได้)  (မြန်မာစအဖွဲ့ဦးစီးဌာန မြန်မာသဒ္ဒါ ၂၀၁၃ အခန်း အတွဲ )



[1] နည်းသစ် မြန်မာသဒ္ဒါ : ဦးသောင်းလွင် ပုံနှိပ်ခြင်း ဒုတိယအကြိမ် ၂၀၁၉-ခု

[2] မြန်မာစအဖွဲ့ဦးစီးဌာန မြန်မာသဒ္ဒါ အတွဲ ၂ ၊ အခန်း ၅

[3] ပင်ကို /pin gou/ adj. ပင်မ>ပင်(n)+ကိုယ်>ကို မူရင်းဖြစ်သော။ အခြေခံဖြစ်သော။ original; natural; innat

Comments

Popular posts from this blog

วิภัตติมีสองชนิด และตัวอย่างกัตตาวิภัตติ (บางส่วนของบทที่สาม)

บทที่ ๕ บท