บทที่ ๓ วิภัตตินาม
tydkif; ( 3 )
0Dbwfemrf
“การเรียงคำนามในภาษาพม่า ไม่ได้จำกัดว่า ประธาน กรรม หรือนามหน้าที่อื่น ๆ อยู่ตำแหน่งตายตัว อาศัยวิภัตตินามเป็นตัวระบุหน้าที่ ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใดก็ตาม วิภัตตินอกจากใช้แบ่งหน้าที่ของคำนามแล้ว ยังใช้เป็นตัวเชื่อมนามกับนามและนามกับกริยา มีสำนวนแปลอย่างคำบุพบทไทย”
มะริด
สวัสดีค่ะ อะไรเอ่ย ? อยู่ตามลำพังคนเดียวไม่ได้ แต่ทำให้รู้ว่าคำที่อยู่ข้างหน้าและคำที่อยู่ข้างหลังเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างไร[1] ?
เสียงคุณครูสร นามศรีถามนักเรียนชั้นมัธยมต้น ในคาบสอนภาษาไทย ดังแว่วมาเข้าโสตประสาทของผมที่กำลังอ่านเรื่องวิภัตตินามในภาษาพม่าอยู่ ใต้ต้นมะกอกหลังโรงเรียน ทำให้คิดหวนไปถึงคำ ๓๘ คำที่นักวิชาการไทย[2] ได้ทำการวิจัยไว้ เมื่อ ๕๕ ปีที่ผ่านมาคือ “กะ กับ กว่า กลาง แก่ ใกล้ ไกล ข้าง จาก เฉพาะ ชิด ด้วย โดย ตรง ตลอด ต่อ ตั้งแต่ ตาม แต่ ใต้ ถึง แถว ทั้ง ทาง ที่ ใน นอก บน ประจำ เผื่อ เพื่อ ริม สำหรับ หน้า หลัง ห่าง เหนือ ให้”
คำที่อยู่ตามลำพังคนเดียวไม่ได้ในภาษาไทยคือ “บุพบท”
จะต้องเกาะหลังคำนามอยู่เสมอ ..
ในปี ๒๕๐๙ ท่านนับคำบุพบทที่ใช้พูดในภาษาไทยได้ ๓๘ คำ ที่เป็นสีเข้มตั้งแต่ กะ ถึง ให้ นั่นแล ผ่านมาถึงห้าสิบกว่าปีแล้ว ไม่รู้ว่าคำบุพบทเพิ่มขึ้นหรือลดลงไปกี่มากน้อยแล้ว ☺
คำบุพบทคือ คำที่เชื่อมคำ หรือประโยคให้มีความสัมพันธ์กันและแสดงความสัมพันธ์ระหว่างคำข้างหน้าและคำข้างหลังว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร เช่น ใน ใกล้ ตาม ริม บน เหนือ แก่ โดย ต่อ ด้วย เพราะ สู่ ยัง เมื่อ ตั้งแต่ เป็นต้น
“บุพบท” เป็นทางลัดที่ช่วยให้คุณผู้อ่านแปลภาษาพม่าเป็นไทยได้อย่างรวดเร็วทีเดียวโดยเอาคำของบุพบทนั้น มาแปลบทวิภัตติพม่า
ดังจะกล่าวต่อไป
ในบทนี้คุณผู้อ่านจะได้เห็น ความสัมพันธ์เชิงไวยากรณ์ผ่านตัววิภัตติ และแปลคำนามให้มีความหมายเชิงสัมพันธ์ด้วยคำบุพบท กันต่อครับ ☺
ก่อนอื่นขอมอบคำนามและคำกริยาให้คุณผู้อ่าน นำเข้าประโยค คือ
ဦးဘ นายบะ (นาม) ပြန်လာ กลับมา (กริยา)
(က) ဦးဘ ပြန်လာသည် ။
นายบะ กลับมา
ประโยคนี้มีสองภาคคือ ภาคผู้กระทำ (นาม) กับภาคแสดง (กริยา) มีการเรียงลำดับคำตามหลักไวยากรณ์คือ วางภาคผู้กระทำไว้หน้ากริยาภาคแสดง ถ้าประโยคมีเพียงสองคำนี้ ผู้รับสารก็ตีความหมายได้ โดยคำนามไม่ต้องมีคำใด ๆ มาบ่งชี้อีก (และโดยปกติภาษาพม่าก็มักละคำบ่งชี้ประธานในประโยคที่มีนามไม่มากนัก)
คราวนี้เราจะเพิ่มคำนาม မန္တလေး (มัณฑเลย์) เข้าไปในประโยคอีกคำ เป็น
(ခ) ဦးဘ မန္တလေး ပြန်လာသည် ။
นายบะ มัณฑเลย์ กลับมา
เมื่อมีนามมากขึ้นโดยไม่มีคำบ่งชี้กับนามตัวใดเลย ถึงแม้ว่าจะพอ “เดา” ความหมายจากลักษณะคำนามนั่นเอง (เป็นคน เป็นสถานที่ เป็นต้น) ว่า “นายบะ กลับมา จากมัณฑเลย์” แต่ก็อาจหมายถึง “นายมะ กลับมาที่มัณฑเลย์” ก็ได้เช่นกัน
วิภัตติ เข้ามามีบทบาทระบุคำนามให้มีหน้าที่ที่ชัดเจนขึ้น ลองดูประโยคนี้ใหม่ พร้อมสังเกตคำวิภัตติที่เพิ่มเข้ามาครับ
(ဂ) ဦးဘ မန္တလေးမှ ပြန်လာသည် ။
นายบะ กลับมา จากมัณฑเลย์
မှ เป็นวิภัตติระบุสถานที่ ๆ จากมา (ထွက်ခွာရာပြဝိဘတ်) มัณฑเลย์จึงมีหน้าที่เป็นสถานที่ ๆ จากมา ชัดเจน
คราวนี้ เราจะเพิ่มคำนามที่เป็นสถานที่เข้าไปอีกหนึ่งคำคือ ရန်ကုန် (ย่างกุ้ง) พิจารณาประโยคต่อไปครับ
Comments
Post a Comment