วิภัตตินาม สำคัญอย่างไร ? บางส่วนของบทที่สาม
ก่อนอื่นขอมอบคำนามและคำกริยาให้คุณผู้อ่าน
นำเข้าประโยค คือ
ဦးဘ นายบะ
(นาม) ပြန်လာ กลับมา (กริยา)
นายบะ
กลับมา
ประโยคนี้มีสองภาคคือ ภาคผู้กระทำ
(นาม) กับภาคแสดง (กริยา)
มีการเรียงลำดับคำตามหลักไวยากรณ์คือ
วางภาคผู้กระทำไว้หน้ากริยาภาคแสดง ถ้าประโยคมีเพียงสองคำนี้
ผู้รับสารก็ตีความหมายได้ โดยคำนามไม่ต้องมีคำใด ๆ มาบ่งชี้อีก
(และโดยปกติภาษาพม่าก็มักละคำบ่งชี้ประธานในประโยคที่มีนามไม่มากนัก)
คราวนี้เราจะเพิ่มคำนาม မန္တလေး (มัณฑเลย์)
เข้าไปในประโยคอีกคำ เป็น
(ခ) ဦးဘ မန္တလေး
ပြန်လာသည်
။
นายบะ
มัณฑเลย์ กลับมา
วิภัตติ เข้ามามีบทบาทระบุคำนามให้มีหน้าที่ที่ชัดเจนขึ้น
ลองดูประโยคนี้ใหม่ พร้อมสังเกตคำวิภัตติที่เพิ่มเข้ามาครับ
(ဂ) ဦးဘ မန္တလေးမှ ပြန်လာသည် ။
นายบะ
กลับมา จากมัณฑเลย์
မှ เป็นวิภัตติระบุสถานที่ ๆ
จากมา (ထွက်ခွာရာပြဝိဘတ်) มัณฑเลย์จึงมีหน้าที่เป็นสถานที่
ๆ จากมา ชัดเจน
คราวนี้
เราจะเพิ่มคำนามที่เป็นสถานที่เข้าไปอีกหนึ่งคำคือ ရန်ကုန် (ย่างกุ้ง) พิจารณาประโยคต่อไปครับ
(ဃ) ဦးဘ မန္တလေးမှ ရန်ကုန် ပြန်လာသည် ။
นายบะ
กลับมาจากมัณฑเลย์ ย่างกุ้ง
ประโยคนี้คุณผู้อ่านอาจ
“เดา” ว่า กลับจากมัณฑเลย์มาที่ย่างกุ้ง ด้วยสำนวนบ่งชี้ไปทางนั้น ดังนั้นเพื่อทำ ရန်ကုန် ให้มีหน้าที่
“เป็นสถานที่มาถึง” ชัดเจน ก็ลงวิภัตติ သို့ ข้างหลัง พร้อมกันนี้ก็เพิ่มคำนามเข้าไปอีกสองคำ
คือ မီးရထား และ မနက်
นายบะ
กลับจากมัณฑเลย์มายังย่างกุ้ง รถไฟ เช้า
ทำนองเดียวกัน เราจะเพิ่มวิภัตติให้กับ မီးရထား และ မနက် เพื่อให้มีหน้าที่ ๆ ชัดเจนขึ้น
นายบะ
กลับจากมัณฑเลย์มายังย่างกุ้ง ด้วยรถไฟ เมื่อเช้า
ဖြင့် เป็นวิภัตติบ่งหน้าที่ เป็นเครื่องมือ
หรือพาหนะที่ใช้
က เป็นวิภัตติบ่งเวลา
คราวนี้กลับมาดูภาคประธาน
ဦးဘ อีกครั้งครับ
ถ้าเพิ่มนามที่เป็นบุคคลเข้ามาอีกหนึ่งตัวคือ မောင်မောင် (หม่องหม่อง) เราควรตีความหมายประโยคนี้อย่างไรดี
(ဆ) ဦးဘ မောင်မောင် မန္တလေးမှ ရန်ကုန်သို့ မီးရထားဖြင့်
မနက်က ပြန်လာသည် ။
นายบะ
หม่องหม่อง กลับจากมัณฑเลย์มายังย่างกุ้ง ด้วยรถไฟ เมื่อเช้า
ทำนองเดียวกัน
เราจะเพิ่มวิภัตติให้กับ ဦဘ และ
မောင်မောင် เพื่อให้มีหน้าที่ ๆ
ชัดเจนขึ้น
(ဇ) ဦးဘသည် မောင်မောင်နှင်အတူ မန္တလေးမှ ရန်ကုန်သို့
မီးရထားဖြင့် မနက်က ပြန်လာသည် ။
นายบะ
พร้อมกับหม่องหม่อง กลับจากมัณฑเลย์มายังย่างกุ้ง ด้วยรถไฟ
เมื่อเช้า
သည် เป็นวิภัตติบ่งหน้าที่ เป็นเครื่องมือ
หรือพาหนะที่ใช้
နှင့်အတူ เป็นวิภัตติบ่งเวลา
จากตัวอย่าง
(က) ถึง
(ဇ) คุณผู้อ่านได้ผ่านตาคำว่า
“ทำให้นามมีหน้าที่” มาบ้าง คำว่าหน้าที่ ตรงกับคำว่า “การก[1]” (case) ของภาษา มีวิภัตติปัจจัย (Inflectional
Language) โดยมีหน้าที่บอกว่าคำนามนั้นมีหน้าที่อะไรในประโยค
ดูได้จากการผันที่ท้ายคำ แต่ละภาษาจะมีการผันการกที่แตกต่างกันไป
สำหรับภาษาพม่าใช้วิภัตติต่อท้ายคำนามเพื่อแสดงการกต่าง
ๆ และมีคำแปลอย่าง “บุพบท” ( แต่คำแปลอย่างบุพบท ครอบคลุมถึงคำสัมพันธ (သမ္ဗန္ဓ) ของพม่าด้วย) คำบุพบทลงข้างหน้าคำนาม
ส่วนวิภัตติพม่าลงท้ายคำนาม
วิภัตติในภาษาพม่ามีความหมายกว้างกว่า
“การก” ที่บอกหน้าที่คำ เพราะภาษาพม่ามีวิภัตติกริยาที่บอกกาลอีกด้วย
နာမ်၊ နာမ်စားတို့၏ နောက်၌တည်၍ ၎င်းတို့သည် ကတ္တား ဖြစ်သည်
ကံဖြစ်သည်စသည်ကိုလည်းကောင်း၊ ကြိယာ၏ နောက်၌တည်၍ ၎င်းကြိယာ၏ ကာလနှင့် မျိုးအစားကို
[1]
กรรตุการก
,
กรรมการก , สัมปทานการก , สัมพันธการก ,สัมโพธนาการก,
อปาทานการก , กรณการก และ อธิกรณการก
เป็นต้น
Comments
Post a Comment